การบ้านไม่ใช่ศัตรู ถ้าผู้ปกครองเข้าใจวิธีช่วยที่ถูกต้อง
📖 อ่านจบใน 6 นาที
ทำไมการบ้านถึงเป็นปัญหาในหลายครอบครัว?
สถานการณ์ที่คุ้นเคยของหลายบ้าน: ลูกเปิดสมุดการบ้าน ทำไม่ได้ ร้องไห้ พ่อแม่มาช่วยแต่อธิบายไม่เข้าใจ เกิดการทะเลาะกัน สุดท้ายพ่อแม่ทำให้เองเพื่อจะได้จบๆ ไป ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เด็กเรียนรู้อะไรเลย
การช่วยลูกทำการบ้านที่ถูกวิธีไม่ใช่ “ทำให้” แต่คือ “สร้างสภาพแวดล้อม” ที่เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง
5 เทคนิคช่วยลูกทำการบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ
1. สร้างมุมทำการบ้านที่เงียบสงบ — จัดโต๊ะเฉพาะสำหรับทำการบ้าน ไม่มีทีวี ไม่มีโทรศัพท์ มีอุปกรณ์พร้อมใช้ สภาพแวดล้อมที่ดีช่วยให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น
2. กำหนดเวลาที่แน่นอน — ให้ลูกทำการบ้านเวลาเดิมทุกวัน เช่น หลังกลับจากโรงเรียนพัก 30 นาทีแล้วเริ่มทำ ความสม่ำเสมอช่วยสร้างนิสัย
3. ถามนำ ไม่ใช่บอกคำตอบ — แทนที่จะบอกว่า “คำตอบคือ 42” ลองถามว่า “ลองอ่านโจทย์อีกรอบ โจทย์ถามอะไร?” “ขั้นตอนแรกต้องทำอะไร?” การถามนำช่วยให้เด็กฝึกคิดเอง
4. ชมความพยายาม ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ — แทนที่จะชมว่า “เก่งมาก ทำถูกหมด” ลองชมว่า “พ่อ/แม่ชอบที่ลูกพยายามคิดเอง ถึงผิดก็ไม่เป็นไร”
5. รู้จักปล่อยมือ — ถ้าพยายามอธิบายแล้วเด็กยังไม่เข้าใจ อย่าฝืน เพราะอาจทำให้เด็กเครียดและเกลียดวิชานั้น ให้ครูที่โรงเรียนหรือติวเตอร์ช่วยจะดีกว่า
เมื่อไหร่ควรหาติวเตอร์ช่วย?
บางสถานการณ์ที่ผู้ปกครองควรพิจารณาหาติวเตอร์ ได้แก่ เมื่อลูกทำการบ้านไม่ได้บ่อยๆ มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์, เมื่อการช่วยทำการบ้านทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว, เมื่อเนื้อหาเริ่มยากเกินกว่าที่ผู้ปกครองจะสอนได้ เช่น คณิต ม.ปลาย ฟิสิกส์ เคมี, และเมื่อผลการเรียนตกลงอย่างต่อเนื่อง
Q: ควรนั่งอยู่ด้วยตลอดที่ลูกทำการบ้านไหม?
A: สำหรับเด็กเล็ก (ป.1-3) อาจต้องอยู่ใกล้ๆ เพื่อช่วยเหลือ แต่สำหรับเด็กโตขึ้น ควรปล่อยให้ทำเองแล้วค่อยมาตรวจภายหลัง เพื่อฝึกความรับผิดชอบ
Q: ลูกบอกว่าไม่มีการบ้านทุกวัน จริงหรือเปล่า?
A: ลองเช็คกับครูหรือสมุดจดการบ้านครับ เด็กบางคนอาจหลีกเลี่ยงเพราะทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มี ถ้าเป็นแบบนี้อาจเป็นสัญญาณว่าต้องการความช่วยเหลือ








